ผู้ว่าฯ กทม. "อัศวิน" ตรวจพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รับห่วงบ้านเรือนนอกแนวเขื่อนกั้นน้ำ 14-18 ต.ค.นี้

12 ต.ค. 2560 | 14:34:39
 

วันที่ 12 ตุลาคม 2560 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนนอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยระบุว่า ขณะนี้พื้นที่ใกล้เคียงกรุงเทพฯ มีการปล่อยน้ำจากเขื่อนด้านบนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนบางไทร ซึ่งปริมาณการปล่อยน้ำจากเขื่อนดังกล่าวจะอยู่ที่ 2,000-2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตามปริมาณดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา กทม.ได้เตรียมความพร้อม ก่อสร้างแนวเขื่อนถาวร ป้องกันน้ำท่วมสูงในระดับ 2.5-3 เมตร ระยะทางรวม 77 กิโลเมตร สามารถป้องกันน้ำล้นทะลักเข้าพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในได้

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวยืนยันว่า หากการปล่อยมวลน้ำเหนือจากเขื่อนด้านบนแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่เกิน 3,000-3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กทม.เชื่อว่ายังสามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้ โดยจะไม่กระทบต่อพื้นที่ในแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ส่วนในจุดฟันหลอริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ยังไม่สามารถก่อสร้างเขื่อนถาวรได้ ระยะทางยาวประมาณ 9 กิโลเมตร  กทม. ก็ได้นำกระสอบทราย จัดเรียงเป็นเขื่อนสูง 2.5 เมตร เป็นแนวชั่วคราว เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือมวลน้ำเหนือไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่อยู่นอกแนวเขื่อนจะเกิดปัญหาน้ำล้นทะลัก โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 14-18 ต.ค.นี้ ที่จะเกิดน้ำหนุนสูง บวกกับน้ำเหนือที่ปล่อยลงแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงเพิ่มขึ้นอีก 30-40 ซม. กทม.จึงต้องเร่งวางแผนช่วยเหลือประชาชนบ้านเรือนนอกแนวคันกั้นน้ำ โดยให้สำนักงานเขตแจ้งเตือนประชาชนถึงสถานน้ำเหนือ น้ำขึ้นน้ำลง และวางแผนการช่วยเหลือดูแลประชาชนให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด โดยให้ทำการแจ้งเตือนประชาชนเตรียมพร้อมยกของหนีน้ำและทำการจัด ทำเส้นทางสัญจรให้แก่ชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ได้จัด เตรียมอุปกรณ์ป้องกัน ยารักษาโรคเพื่อดูแลอย่างเต็มที่ 

อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯนั้น มีการประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมอุทกศาสตร์ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อวางแนวททงบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม และให้ประชาขนทุกพื้นที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ทั้งนี้ พื้นที่ กรุงเทพฯ ตลอดแนวที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีระยะทางสองฝั่งรวม 86 กิโลเมตร แต่พื้นที่ที่ยังไม่สามารถสร้างแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมได้มีระยะทางยาวประมาณ 9 กิโลเมตร โดยในพื้นที่นี้ ระยะทางยาว 5 กิโลเมตร เป็นจุดที่มีเขื่อนของเอกชนสร้างไว้แล้ว จึงเหลือพื้นที่ฟันหลอที่แท้จริงประมาณ 4 กิโลเมตร ที่เป็นจุดมีการรุกล้ำจากบ้านเรือนประชาชน และไม่สามารถก่อสร้างเขื่อนได้ โดยในจุดฟันหลอดังกล่าว ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการดำเนินก่อสร้างเขื่อน จะเสร็จสิ้นประมาณต้นปี 62

"บ้านรุกล้ำนอกแนวเขื่อนที่เหลืออยู่ 430 หลังคาเรือนนั้น อยู่ระหว่างการรื้อย้าย โดยเฉพาะส่วนที่อยู่ในแนวโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งภายในต้นปี 2561 จะเหลือบ้านรุกล้ำไม่เกิน 257 หลังคาเรือน ที่กทม.ต้องเจรจารื้อย้ายต่อไป ส่วนในพื้นที่อื่นๆ กทม. ก็เสริมระบบป้องกันด้วยกระสอบทรายเป็นแนวเขื่อนชั่วคราว เพื่อป้องบกันน้ำทะลักเข้าพื้นที่ โดยได้จัดเตรียมกระสอบทรายเสริมแนวฟันหลอไว้ทั้งสิ้น กว่า 3 แสนใบ" 
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว


Share this: